การตรวจ beREADY คือตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI แล้วประสบปัญหาตัวอ่อนไม่ฝังตัว ทั้งที่ตัวอ่อนแข็งแรงดี ปัญหาส่วนใหญ่อาจอยู่ที่ "ช่วงเวลา" ในการย้ายตัวอ่อนไม่ตรงกับ "ช่วงเวลาการฝังตัว" หรือ Window of Implantation (WOI) แล้วควรตรวจตอนไหนถึงจะดีที่สุด? เรามีมีรายละเอียดมาให้คุณแม่ได้ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจตรวจค่ะ
ตรวจตอนไหนดีที่สุด?
คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ "รอบเดือนก่อนหน้าที่จะทำการย้ายตัวอ่อนจริง" ค่ะ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ทำความเข้าใจ "นาฬิกาของมดลูก"
ปกติแล้วมดลูกของคุณแม่ไม่ได้เปิดประตูรับตัวอ่อนตลอดเวลา จะมีช่วงเวลาทองที่เรียกว่า "ช่วงเวลารับการฝังตัวของตัวอ่อน" (Window of Implantation) แต่ปัญหาคือ "นาฬิกาของแต่ละคนเดินไม่เท่ากัน" บางคนเปิดเร็วไป บางคนเปิดช้าไป การตรวจ beREADY จึงเหมือนการไป "ตั้งนาฬิกามดลูก" ให้ตรงกับ "นาฬิกาของตัวอ่อน" นั่นเองค่ะ
ทำไมต้องทำใน "รอบจำลอง" (Mock Cycle)?
นึกภาพว่าเรากำลังจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ (การย้ายตัวอ่อนจริง) แต่เราไม่แน่ใจว่าแขกจะมาถึงกี่โมง เราเลยลอง "จัดงานซ้อม" ขึ้นมาก่อนหนึ่งรอบค่ะ
‣ เหตุผลที่ย้ายตัวอ่อนจริงไม่ได้: ในรอบที่ตรวจ Endometrial Receptivity Testing คุณหมอต้องใช้เครื่องมือเล็ก ๆ เข้าไปเก็บ (Biopsy) เอาชิ้นเนื้อผนังมดลูกออกมาเพื่อไปตรวจยีน การทำแบบนี้จะทำให้ผนังมดลูกมีแผลเล็กน้อยและเสียรูปทรงไปชั่วคราว จึงไม่เหมาะที่จะวางตัวอ่อนลงไปในรอบนั้นทันทีค่ะ
‣ กระบวนการจำลอง: คุณแม่จะต้องได้รับยา และเตรียมผนังมดลูกเหมือนจะย้ายตัวอ่อนจริง ๆ ทุกขั้นตอน เพื่อให้ร่างกาย "จำลอง" สภาวะที่พร้อมที่สุดออกมา
‣ วันเก็บตัวอย่าง: เมื่อคุณแม่เข้ารับการรักษาโดยใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ช่วยให้ผนังมดลูกนุ่มและหนาครบตามกำหนด โดยมักจะเป็นวันที่ 6 คุณหมอจะนัดมาเก็บเนื้อเยื่อ เพื่อส่งเข้าห้องปฏิบัติการไปดูว่า ณ วินาทีนั้น ผนังมดลูกมีความพร้อมหรือยัง
เมื่อผลตรวจออกมา เราจะทำอย่างไรต่อ?
หลังจากส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ รอผลประมาณ 3 สัปดาห์ ผลที่ได้จะออกมาเป็น 3 แบบ ดังนี้ค่ะ
แบบที่ 1: ผลคือ Receptive (หน้าต่างเปิดตรงเวลาพอดี)
→ ความหมาย: ร่างกายของคุณแม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล แปลว่าการซ้อมที่ผ่านมาเราทำถูกเวลาแล้ว
→ แผนต่อไป: ในรอบการย้ายตัวอ่อนจริง (รอบหน้า) คุณหมอจะสั่งจ่ายยาและกำหนดเวลาได้รับยาแบบเดิมเป๊ะ ๆ เพราะเรารู้แล้วว่า "เวลานี้แหละคือเวลาทอง"
แบบที่ 2: ผลคือ Early-Receptive
→ ความหมาย: รอบที่ตรวจ Endometrial Receptivity Testing เร็วเกินไป
→ แผนต่อไป: นี่คือจุดที่การตรวจ beREADY มีประโยชน์ที่สุด! ผลตรวจจะบอกว่าเราควรเลื่อนเวลาการย้ายตัวอ่อนออกไปให้ช้ากว่ารอบซ้อม คุณหมอจะปรับเวลาการย้ายตัวอ่อนในรอบจริงให้สอดคล้องกับผลตรวจที่ได้รับ เพื่อให้ตอนที่ย้ายกลับตัวอ่อน มดลูกจะเปิดรอรับพอดีเหมือนนัดกันไว้ค่ะ
แบบที่ 3: ผลคือ Post-Receptive
→ ความหมาย: รอบที่ตรวจ Endometrial Receptivity Testing ช้าเกินไป
→ แผนต่อไป: ผลตรวจบอกว่าเราควรเลื่อนเวลาการย้ายตัวอ่อนให้เร็วขึ้น ดังนั้นคุณหมอจะปรับตารางการย้ายตัวอ่อนให้เร็วขึ้นกว่ารอบที่ซ้อมค่ะ
ทำไมต้องเน้นตรวจก่อนย้ายตัวอ่อนในการทำ IVF?
การตรวจ beREADY มักถูกแนะนำเป็นพิเศษในกรณีต่อไปนี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด
• เคยย้ายตัวอ่อนคุณภาพดีแล้วไม่สำเร็จ หากตัวอ่อนก็เกรดเอ โครโมโซมก็ปกติ แต่ยังไม่ท้อง ปัญหาอาจอยู่ที่เวลาไม่ตรงกัน
• มีตัวอ่อนที่คัดโครโมโซมผ่านจำนวนจำกัด หากเหลือตัวอ่อนที่ปกติเพียง 1-2 ตัว การตรวจ beREADY จะช่วยลดความเสี่ยงจากการย้ายตัวอ่อนผิดเวลาจนเสียโอกาสไป
• ต้องการความมั่นใจสูงสุด สำหรับคุณแม่ที่อยากลดปัจจัยความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดก่อนเริ่มกระบวนการย้ายตัวอ่อน
หากคุณแม่ทำ IVF มาแล้วและไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ นั่นอาจเป็นเพราะช่วงเวลาทองของมดลูกไม่เปิดในเวลาเดียวกับที่ย้ายตัวอ่อน การตรวจ beREADY ช่วยให้คุณแม่ได้รับความชัวร์ก่อนย้ายตัวอ่อนในรอบจริง เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีตัวอ่อนเกรดดีแต่ย้ายแล้วไม่ติด หรือคุณแม่ที่มีตัวอ่อนเหลือเพียงไม่กี่ตัว และอยากได้ความมั่นใจในการย้ายตัวอ่อนค่ะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: @nggthailand
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com
#NGGThailand #GenomeForHealthierLife #ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจNIPT #NIPT #Qualifi #QualifiPremium24 #Clarifi #illumina #illuminaUSA #JunoGenetics #NGS #NextGenerationSequencing #ตรวจNGS #PGT #ตรวจPGT #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน