Article

บทความ

ไขข้อข้องใจ ทำไมเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า ถึงตรวจพบความผิดปกติได้ละเอียดกว่า?


ปัจจุบันนี้เวลาที่เราวางแผนจะมีเบบี๋ หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ เรามักจะได้ยินชื่อเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองเต็มไปหมดเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็น NIPT, ECS หรือการตรวจตัวอ่อนอย่าง PGT-A, PGT-M, PGT-SR จนบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะแอบสงสัยในใจว่า “ทำไมเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ๆ เหล่านี้ ถึงราคาสูงกว่าการตรวจแบบเดิม? 
 
แล้วที่บอกว่าแม่นยำกว่า ละเอียดกว่า มันต่างกันตรงไหน?” วันนี้เราจะมาเจาะลึกให้เข้าใจกันง่าย ๆ ค่ะว่า ทำไมนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยขึ้น ถึงช่วยให้เรามองเห็นสุขภาพของลูกน้อยได้ชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวค่ะ
 
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ จากกล้องขยายธรรมดา สู่ “กล้องจุลทรรศน์อิเล็กทรอนิกส์”
 
ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ลองนึกภาพว่าพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ของลูกน้อยเป็น “หนังสือเล่มใหญ่” เล่มหนึ่งค่ะ
 
→ เทคโนโลยีสมัยก่อน: เหมือนเราใช้แว่นขยายส่องดูห่าง ๆ เราจะเห็นแค่ว่าหนังสือนั้นมีจำนวนหน้าครบไหม (เปรียบเหมือนการนับจำนวนโครโมโซม) หรือมีหน้าไหนฉีกขาดหายไปเป็นชิ้นใหญ่ ๆ หรือเปล่า
 
→ เทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบัน: พัฒนาไปจนถึงขั้นเป็นเทคโนโลยีการอ่านลำดับสารพันธุกรรมระดับโมเลกุล เช่น Next-Generation Sequencing หรือ NGS ซึ่งเปรียบเสมือนเรามี AI ช่วยสแกนอ่านหนังสือเล่มนั้น “ทีละตัวอักษร” อย่างรวดเร็ว ทำให้เราตรวจพบจุดที่พิมพ์ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราเรียกว่า Gene mutations หรือเศษเสี้ยวโครโมโซมที่ขาดหายไปเพียงนิดเดียวได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเทคโนโลยีแบบเดิมไม่สามารถมองเห็นได้เลยค่ะ
 
เจาะลึกเทคโนโลยีตรวจครรภ์และเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้
 
เมื่อเทคโนโลยีละเอียดขึ้น วิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้พัฒนาโปรแกรมการตรวจที่ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างมหัศจรรย์ ดังนี้ค่ะ
 
→ ก่อนตั้งครรภ์: ตรวจสอบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ด้วย ECS (Carrier Screening)
 
บางครั้งคุณพ่อและคุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงดีมาก ไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วย แต่อาจจะมี "ยีนแฝง" ของโรคทางพันธุกรรมซ่อนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวค่ะ
 
เทคโนโลยี ECS (Expanded Carrier Screening) ในปัจจุบันที่ NGG Thailand  ใช้การถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อตรวจดูยีนแฝงได้พร้อมกันหลายร้อยโรคในการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) หรือภาวะหูหนวกทางพันธุกรรม ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนครอบครัวได้อย่างปลอดภัย ลดโอกาสที่ลูกน้อยจะเกิดมาพร้อมกับโรคทางพันธุกรรมรุนแรงได้อย่างเท่าทัน
 
→ ระหว่างตั้งครรภ์: อุ่นใจตั้งแต่วันแรก ๆ ด้วย NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing)
 
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้ว การตรวจ NIPT ถือเป็นตัวช่วยยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้เลือกใช้ค่ะ เทคโนโลยีนี้อาศัยการตรวจชิ้นส่วนดีเอ็นเอของรกเด็กที่ลอยอยู่ในเลือดคุณแม่
 
หากเป็นสมัยก่อน เราอาจทำได้แค่เจาะเลือดตรวจคัดกรองความเสี่ยง (Quad test) ซึ่งมีความแม่นยำค่อนข้างต่ำ และมีอัตราผลลวง (False Positive Result) สูง หรือหากต้องการความแม่นยำก็ต้องไปเสี่ยงเจาะน้ำคร่ำซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแท้ง
 
แต่เทคโนโลยี NIPT ในปัจจุบันอย่าง Qualifi, Qualifi Premium 24 รวมถึง Clarifi มีความแม่นยำสูงกว่า 99.90% ในการคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21) และยังสามารถลงลึกไปถึงการตรวจความผิดปกติขนาดเล็กบนโครโมโซมที่มาขนาดมากกว่าหรือเท่ากะย 7 Mb ได้อีกด้วย ทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับความแม่นยำที่สูงมาก โดยที่ลูกน้อยในครรภ์ปลอดภัยค่ะ
 
ยกระดับการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI ด้วยตระกูล PGTSeq จาก Juno Genetics
 
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF/ICSI) เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าสู่มดลูก หรือ PGT (Preimplantation Genetic Testing) ยุคใหม่ ได้ถูกยกระดับด้วยเทคโนโลยี PGTSeq ทำให้เราเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน โดย PGTSeq-A ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยนับจำนวนโครโมโซมของตัวอ่อน ตรวจการเกินหรือขาดขนาดเล็ก รวมถึงการตรวจ Haploidy และ Triploidy ได้ทุกรูปแบบ การตรวจ PGTseq-A ที่ละเอียดนี้ จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์สำเร็จ และลดอัตราการแท้งบุตรของคุณแม่ได้อย่างมีนัยสำคัญค่ะ
 
ทำไมความละเอียดที่มากขึ้น ถึงสำคัญกับคุณพ่อคุณแม่?
 
"เพราะสุขภาพของลูกน้อย... ไม่ใช่เรื่องที่เรารอเสี่ยงดวงได้" การที่เทคโนโลยีพัฒนาให้ตรวจได้ "ละเอียด" ขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขวิทยาศาสตร์ค่ะ แต่ส่งผลต่อชีวิตจริงของคุณพ่อคุณแม่ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น
 
‣ ลดความเครียดและความกังวล: การรู้ผลที่แม่นยำตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ชีวิตช่วงตั้งครรภ์ได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องคอยกังวลกับผลลวง 
 
‣ วางแผนอนาคตได้อย่างถูกต้อง: หากตรวจพบความผิดปกติที่รักษาได้ตั้งแต่ในครรภ์ หรือสามารถเตรียมพร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางไว้ดูแลลูกน้อยทันทีหลังคลอด ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมหาศาลค่ะ
 
‣ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว: การเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุดผ่าน PGTseq ช่วยลดจำนวนครั้งในการย้ายตัวอ่อน ลดโอกาสแท้ง ซึ่งเป็นการเซฟทั้งร่างกาย จิตใจของคุณแม่ และค่าใช้จ่ายของครอบครัว
 
คุณพ่อคุณแม่ยุคปัจจุบันโชคดีมากค่ะ ที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเสมือนเข็มทิศนำทางในการสร้างครอบครัว การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเหมาะสมจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อก้าวแรกที่มั่นคงและปลอดภัยของลูกน้อยที่เรารักค่ะ
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: @nggthailand
โทร: 061-391-8999
 
#ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจNIPT #ExpandedCarrierScreening #ตรวจธาลัสซีเมีย #ตรวจพาหะ #ตรวจPGT #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน #Qualifi #QualifiPremium24 #Clarifi #illuminaUSA #JunoGenetics

LINE
FACEBOOK
TWITTER