
สำหรับคู่สมรสที่เข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF) ที่มีประวัติการตั้งครรภ์ทารกที่มีความผิดปกติของโครโมโซม หรือมีบุตรที่มีความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซม คุณหมอจะทำการตรวจสอบประวัติความผิดปกติดังกล่าวของบุตรคนก่อนหน้า และในบางคู่อาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจโครโมโซมของคู่สมรส (Karyotyping) เพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซม
โดยคู่สมรสที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะโครโมโซมสลับตำแหน่ง คุณหมอจะแนะนำให้ตรวจ PGT-SR หรือที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง PGTseq-SR เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงของการมีบุตรที่มีความผิดปกติซ้ำอีก
ทำไม PGTseq-SR จึงจำเป็นสำหรับคู่สมรสที่มีความเสี่ยง?
1. การตรวจจับความผิดปกติเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะ
PGTseq-SR ถูกออกแบบมาเพื่อระบุการจัดเรียงตัวใหม่ของโครโมโซมอย่างเจาะจง เช่น การสลับตำแหน่ง (Translocation) การขาดหาย (Deletion) และ การเกินซ้ำ (Duplication) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คู่พาหะไม่สามารถมีบุตรได้
2. ครอบคลุมความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (Aneuploidy) ในครั้งเดียว
PGTseq-SR ยังรวมความสามารถในการตรวจหาความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (คล้ายกับ PGT-A) ทำให้มั่นใจได้ว่าตัวอ่อนที่เลือกนั้นมีโครโมโซมที่สมบูรณ์ทั้งในด้านโครงสร้างและจำนวน
3. การวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำสูง
ด้วยการใช้เทคโนโลยี Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) และ Single Nucleotide Polymorphisms (SNPs) ทำให้ PGTseq-SR สามารถตรวจพบความผิดปกติของการจัดเรียงตัวแบบไม่สมดุล (Unbalanced Rearrangement) ได้อย่างแม่นยำและละเอียดกว่าเทคนิคทั่วไป
4. ลดความเสี่ยงการแท้งบุตรซ้ำ
ตัวอ่อนที่มีความผิดปกติเชิงโครงสร้างแบบไม่สมดุล มักจะนำไปสู่การแท้งบุตรในระยะเริ่มต้น การคัดเลือกตัวอ่อนที่ปกติจะช่วยลดอัตราการแท้งบุตรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จากสาเหตุทางพันธุกรรมนี้
5. เพิ่มอัตราการฝังตัวสำเร็จ
การย้ายเฉพาะตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid) หรือเป็นพาหะแบบสมดุล (Balanced Carrier) จะช่วยให้ตัวอ่อนมีศักยภาพในการฝังตัวที่ผนังมดลูกสูงที่สุด
6. ลดจำนวนรอบการทำ IVF ที่ล้มเหลว
เมื่อมีการคัดกรองตัวอ่อนที่สมบูรณ์แล้ว คู่สมรสจะมีความมั่นใจในการย้ายตัวอ่อนแต่ละครั้งมากขึ้น ซึ่งช่วย ประหยัดเวลา ทรัพยากร และค่าใช้จ่าย ในการทำ IVF ซ้ำหลายรอบ
7.ป้องกันการมีบุตรที่มีความผิดปกติซ้ำ
PGTseq-SR ช่วยให้คู่สมรสสามารถหลีกเลี่ยงการถ่ายทอดความผิดปกติเชิงโครงสร้างที่อาจนำไปสู่ความบกพร่องทางสติปัญญาหรือร่างกายที่รุนแรงในบุตรคนต่อไป
8.ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางพันธุกรรมที่รุนแรง
การตรวจคัดกรองนี้ช่วยเลือกตัวอ่อนที่มีความสมดุลของสารพันธุกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดความพิการแต่กำเนิดในทารก
9.การตัดสินใจเลือกตัวอ่อนอย่างมีข้อมูล
ผลการตรวจ PGTseq-SR ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางพันธุกรรมของตัวอ่อนแต่ละตัว ทำให้แพทย์และคู่สมรสสามารถเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดสำหรับการย้ายได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ได้อาศัยเพียงแค่การประเมินลักษณะภายนอกของตัวอ่อน
PGTseq-SR คือ เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองตัวอ่อนที่ NGG Thailand ด้วยเทคนิคขั้นสูง Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) และ Single Nucleotide Polymorphisms (SNPs) ที่ได้รับการพัฒนาจาก Juno Genetics มีความแม่นยำสูง ช่วยตรวจจับทั้งความผิดปกติของจำนวนและโครงสร้างโครโมโซมได้ในครั้งเดียว ลดความเสี่ยงของการแท้งบุตรซ้ำ และเพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนค่ะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: @nggthailand
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com
#NGGThailand #GenomeForHealthierLife #ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจNIPT #NIPT #Qualifi #QualifiPremium24 #Clarifi #illumina #illuminaUSA #JunoGenetics #NGS #NextGenerationSequencing #ตรวจNGS #PGT #ตรวจPGT #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน