Services

บริการ

Herista (NIPS 2.0) เพื่อการตรวจคัดกรองโครโมโซม และโรคยีนกลายพันธุ์ ที่ครอบคลุมมากขึ้นแก่คุณแม่ตั้งครรภ์

 
การดูแลลูกน้อยในครรภ์ให้สมบูรณ์ที่สุดเป็นเรื่องที่คุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญมาก และ "NIPS 2.0" หรือที่รู้จักกันในชื่อ Heristar NIPT คือก้าวที่เหนือกว่าของการคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่การตรวจ NIPT แบบเดิมอาจมองไม่เห็น
 
นี่คือประเด็นสำคัญที่คุณแม่ควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรมตรวจเพื่อความอุ่นใจที่สุดค่ะ
 
NIPS 2.0 ต่างจากการตรวจทั่วไปอย่างไร?
 
โดยปกติแล้ว การตรวจ NIPT ทั่วไปจะเน้นไปที่การตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมที่พบบ่อย เช่น ดาวน์ซินโดรม (โครโมโซมคู่ที่ 21) แต่สำหรับ NIPS 2.0 (Heristar) จะเป็นการยกระดับการตรวจให้ครอบคลุมไปถึง กลุ่มโรคยีนเดี่ยว (Single Gene Diseases) อีก 56 ยีน ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนใดหนึ่งเพียงยีนเดียว
 
ทำไมต้องกังวลเรื่อง "โรคยีนเดี่ยว"?
 
หลายท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า "กรรมพันธุ์" และเข้าใจว่าถ้าพ่อแม่ไม่มีประวัติโรคในครอบครัว ลูกก็น่าจะปลอดภัย 100% แต่ในทางพันธุศาสตร์จะมีกลุ่มโรคที่เรียกว่า De novo autosomal dominant ค่ะ คือการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นใหม่เป็นครั้งแรกในตัวเด็กเองจากยีนเด่นที่ผิดปกติเพียงตำแหน่งเดียวก็ส่งผลให้เกิดโรคได้
 
เป็นความผิดปกติที่ "ไม่ได้ถ่ายทอดจากคุณพ่อคุณแม่" แต่เกิดขึ้นเองในระหว่างการปฏิสนธิหรือการแบ่งตัวของเซลล์ ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับอายุของคุณพ่อที่มากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว แม้จะมีสุขภาพแข็งแรงทั้งคู่ก็ตามค่ะ
 
ความน่ากลัวของโรคยีนเดี่ยวประเภท De novo autosomal dominant คือ "เกิดขึ้นได้กับทุกการตั้งครรภ์" โดยไม่จำเป็นต้องมีประวัติครอบครัวเป็นมาก่อน และที่สำคัญคือ "อายุของคุณแม่ไม่มีผลต่อความเสี่ยง" ไม่ว่าคุณแม่จะอายุน้อยหรือมาก ก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคกลุ่มนี้เท่ากันค่ะ
 
นอกจากนี้ โรคเหล่านี้มักตรวจพบยากด้วยการอัลตราซาวด์ทั่วไป และการวินิจฉัยต้องใช้เทคโนโลยีระดับโมเลกุลที่ซับซ้อนในห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเท่านั้น
 
การตรวจ Heristar ครอบคลุมโรคอะไรบ้าง?
 
1. ความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม: ความผิดปกติโครโมโซมที่พบบ่อยคู่ที่ 13, 15, 16, 18, 21, 22 รวมถึงโครโมโซมเพศ
 
2. Microdeletion: การขาดหายไปของโครโมโซมบางส่วนที่มีขนาดเล็ก จำนวน 13 โรค
 
3. Single Gene Diseases: โรคที่เกิดจากยีนเดี่ยวถึง 56 ยีน ในบรรดาโรคที่เกิดจากยีนเดี่ยวถึง 56 ยีน  มีกลุ่มโรคที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของลูกน้อยอย่างมาก เช่น
 
• Noonan syndrome: กลุ่มอาการที่ส่งผลต่อพัฒนาการของหลายส่วนในร่างกาย อาการที่น่ากังวลคือความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด รูปร่างเตี้ย และลักษณะใบหน้าที่เฉพาะตัว รวมถึงอาจมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ร่วมด้วยค่ะ
 
• Achondroplasia: เป็นความผิดปกติของการกระดูกที่พบบ่อยที่สุด ลูกจะมีลักษณะแขนขาสั้นกว่าปกติมาก หัวโต และหน้าผากโหนก ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการเคลื่อนไหวในอนาคต
 
• Apert syndrome: ความผิดปกติของกะโหลกศีรษะที่ปิดเร็วกว่าปกติ ทำให้รูปหน้าผิดรูป และมักพบร่วมกับภาวะนิ้วมือหรือนิ้วเท้าเชื่อมติดกัน ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดรักษาหลายขั้นตอน
 
• Tuberous Sclerosis: โรคที่ทำให้เกิดเนื้องอก ในอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมอง ไต หัวใจ และผิวหนัง อาการที่น่ากังวลคือการชัก พัฒนาการล่าช้า และปัญหาทางพฤติกรรมค่ะ
 
การตรวจนี้เหมาะกับใครบ้าง?
 
• คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดและต้องการการตรวจที่ครอบคลุมมากที่สุดในครั้งเดียว
• คุณพ่อที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากอายุของคุณพ่อที่มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ของยีนในสเปิร์ม 
• ครอบครัวที่มีประวัติการตั้งครรภ์หรือมีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคยีนเดี่ยว
 
Heristar (NIPS 2.0) จึงไม่ใช่แค่การตรวจโครโมโซมทั่วไป แต่เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อลดความกังวลและช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมความพร้อมสำหรับสมาชิกใหม่ได้อย่างมั่นใจที่สุด รองรับทั้งครรภ์เดี่ยวและครรภ์แฝด เพื่อมาตรฐานการดูแลที่เหนือกว่าสำหรับลูกน้อยของคุณค่ะ
 
 
เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจความสำคัญและสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในเทคโนโลยีนี้ เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง NIPT และ NIPS 2.0 กันเลยค่ะ
 
1. ระดับความละเอียดของการตรวจ:

จุดเริ่มต้นที่ทำให้สองโปรแกรมนี้ต่างกันคือ "ความลึก" ในการมองหาความผิดปกติค่ะ
 
→ NIPT: เน้นการตรวจเช็กในระดับ โครโมโซม เป็นหลัก เพื่อดูว่าจำนวนโครโมโซมของลูกน้อยในครรภ์มีขาดหรือเกินหรือไม่ รวมถึงการขาดหรือเกินของโครโมโซมบางส่วน
 
→ NIPS 2.0: ลงลึกด้านความละเอียดขึ้นไปอีกขั้น เพราะนอกจากจะดูโครโมโซมแล้ว ยังสามารถตรวจลึกไปถึงระดับ “ยีน” (Single Gene) ซึ่งเป็นหน่วยพันธุกรรมที่เล็กที่สุด ช่วยให้เห็นความเสี่ยงของโรคที่อาจมองไม่เห็นจากการตรวจโครโมโซมแบบปกติครับ
 
2. การครอบคลุมจำนวนโรคที่ตรวจพบ: 

ปริมาณโรคที่แต่ละเทคโนโลยีครอบคลุมนั้นมีความแตกต่างกันดังนี้ค่ะ
 
→ NIPT: ครอบคลุมการตรวจจำนวนโครโมโซมร่างกายทั้ง 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงที่เกิดจากจำนวนโครโมโซมผิดปกติ
 
→ NIPS 2.0: เน้นความเฉพาะเจาะจงที่สูงขึ้น โดยตรวจโครโมโซมร่างกาย 6 คู่หลักที่มีความสำคัญ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ แต่ที่พิเศษคือการเพิ่มการตรวจ การขาดหายไปของโครโมโซมส่วนขาดขนาดเล็ก (Microdeletion) 13 โรค และ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนเดี่ยว (Single Gene Disorders) 56 ยีน ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อทารกในระดับรุนแรง
 
3. แพ็กเกจที่ให้บริการ:

ทาง NGG Thailand มีตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของคุณแม่แต่ละท่านค่ะ
 
→ NIPT: ประกอบไปด้วยแพ็กเกจที่ชื่อว่า Qualifi, Qualifi Premium 24 และ Clarifi 
 
→ NIPS 2.0: เป็นแพ็กเกตที่ชื่อว่า Heristar ซึ่งออกแบบมาเพื่อการตรวจยีนเดี่ยวเพิ่มเข้าไป
 
4. ความยืดหยุ่นในการตรวจ:

ความกังวลของคุณแม่ครรภ์แฝดจะหมดไป เพราะทั้งสองเทคโนโลยีรองรับรูปแบบการตั้งครรภ์ที่ต่างกันค่ะ
 
→ NIPT: สำหรับแพ็กเกจ Qualifi และ Clarifi นั้นสามารถตรวจได้ทั้งคุณแม่ครรภ์เดี่ยวและครรภ์แฝด สำหรับ Qualifi Premium 24 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคุณแม่ครรภ์เดี่ยว
 
→ NIPS 2.0: แพ็กเกจ Herista สามารถเข้ารับการตรวจได้ทั้งคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เดี่ยวและครรภ์แฝด
 
5. เทคโนโลยีเบื้องหลังมาตรฐานระดับโลก:

เทคโนโลยีที่ใช้มีความแม่นยำสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล
 
→ NIPT: ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี VeriSeq NIPT Solution v2 ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ให้ผลตรวจแม่นยำและรวดเร็ว
 
→ NIPS 2.0: ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางที่เรียกว่า COATE-seq ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราสามารถตรวจหาความผิดปกติในระดับยีนเดี่ยวได้อย่างละเอียดและมีประสิทธิภาพสูง
 
ไม่ใช่ว่า NIPT ไม่ครอบคลุม... แต่ NIPS 2.0 ให้ ข้อมูลของยีนที่เพิ่มเข้ามา
 
การตรวจ NIPT แบบมาตรฐานนั้น มีประสิทธิภาพสูงมากและครอบคลุมการตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมได้ครบทั้ง 23 คู่ รวมถึงความผิดปกติแบบเกินบางส่วน (Duplication) และขาดหายบางส่วน (Deletions) ในหลายกลุ่มโรค ซึ่งเพียงพอสำหรับการคัดกรองความเสี่ยงพื้นฐานที่พบได้บ่อย เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21)
 
แต่สิ่งที่ Heristar (NIPS 2.0) เพิ่มเติมเข้ามา คือการก้าวข้ามข้ามขีดจำกัดเรื่อง "จำนวน" ไปสู่การตรวจ "คุณภาพ" ของยีนเข้ามาด้วยนั่นเองค่ะ
 
เราสามารถสรุปได้ว่า
 
‣ NIPT = ครอบคลุม “โครโมโซม” ได้ครบและมีความสำคัญมาก
‣ NIPS 2.0 = เพิ่มความครอบคลุม “ลึกไปถึงระดับยีน”
 
 
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์รุดหน้าไปไกลมากจนช่วยคลายความกังวลให้คุณพ่อคุณแม่ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเข้าใจผิดที่ว่า "การตรวจยีนกลายพันธุ์" เป็นเรื่องเฉพาะของคุณแม่ที่ทำเด็กหลอดแก้วเท่านั้น
 
ความจริงแล้ว คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติก็สามารถดูแลความสมบูรณ์ของลูกน้อยในครรภ์ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ มาทำความเข้าใจกันว่าทำไมการตรวจนี้ถึงสำคัญ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ช่วยเราได้อย่างไรบ้าง
 
ท้องธรรมชาติก็ตรวจยีนกลายพันธุ์ได้
 
โดยปกติแล้ว การตรวจหาความผิดปกติของโรคยีนกลายพันธุ์ (Single Gene Disorders) มักจะคุ้นหูกันในขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF ที่เรียกว่า PGT-M ค่ะ ซึ่งเป็นการตรวจตัวอ่อนก่อนจะฝังตัวในมดลูก 
 
แต่ในตอนนี้ คุณแม่ที่ท้องธรรมชาติไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ เพราะมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองจากเลือดของคุณแม่ ที่พัฒนาไปอีกขั้น จนสามารถวิเคราะห์ลึกไปถึงระดับยีนของลูกได้ โดยคุณแม่ที่ไม่ได้ทำ IVF ก็สามารถตรวจได้
 
 
มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการตรวจ Heristar (NIPS 2.0) จาก NGG Thailand
 
สำหรับการตรวจ Heristar คือ นวัตกรรมการคัดกรองความผิดปกติของยีนกลุ่ม De novo autosomal dominant ที่ออกแบบมาเพื่อคุณแม่ยุคใหม่โดยเฉพาะค่ะ
 
ความโดดเด่นของ Heristar คือการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูง โดยวิเคราะห์จาก cfDNA (Cell-free DNA) ของลูกที่ปนอยู่ในกระแสเลือดของคุณแม่ เพียงแค่เจาะเลือดคุณแม่เท่านั้น ก็สามารถคัดกรองโรคพันธุกรรมที่พบบ่อยและมีความรุนแรงได้หลายโรค
 
การตรวจนี้จึงเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ที่เข้ามาเติมเต็มการตรวจ NIPT แบบทั่วไปที่ตรวจเพียงโครโมโซม ช่วยให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ธรรมชาติได้รับความอุ่นใจที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าตั้งครรภ์ค่ะ
 
ดังนั้น ไม่ใช่ว่าแบบไหนดีกว่าแบบไหนแต่เป็นเรื่องของ “ระดับข้อมูลที่คุณแม่อยากรู้เพิ่ม” ถ้าคุณแม่ต้องการความมั่นใจในภาพรวมที่ลึกขึ้นอีกระดับ NIPS 2.0 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเติมเต็มจุดนี้ได้อย่างดีค่ะ
 
 

 
ทำไมการตรวจอย่าง Heristar (NIPS 2.0) ถึงถูกแนะนำให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัววัยนี้? เรามาเจาะลึกเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้กันค่ะ
 
1. โรคพันธุกรรม... เกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ แม้ไม่มีประวัติครอบครัว
 
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "บ้านเราแข็งแรงดี ไม่มีใครเคยเป็นโรคพันธุกรรม ไม่ต้องตรวจก็ได้" แต่ในความเป็นจริง โรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนสามารถ "เกิดขึ้นใหม่ได้ในทุกการตั้งครรภ์" ซึ่งความผิดปกติเช่นนี้ ไม่สามารถป้องกัน ควบคุม หรือมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ดังนั้น การตรวจ Heristar จึงเป็นการเช็กให้ชัวร์ว่าความผิปกติเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับลูกเราหรือไม่ เพื่อเตรียมรับมือหรือวางแผนได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ
 
2. คุณแม่ 35+ กับความเสี่ยงโครโมโซมที่เพิ่มตามเข็มนาฬิกา
 
เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ว่า "อายุ" มีผลโดยตรงกับคุณภาพของเซลล์ไข่ สำหรับคุณแม่ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะมีโครโมโซมผิดปกติจะสูงขึ้นกว่าช่วงวัย 20 อย่างเห็นได้ชัด
 
ความผิดปกติที่พบบ่อยที่สุดคือดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21) ซึ่งจริง ๆ แล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกช่วงวัยค่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อตัวเลขก้าวเข้าสู่ 35+ กลไกการแบ่งตัวของโครโมโซมในไข่มีโอกาสผิดพลาดได้ง่ายขึ้น การตรวจคัดกรองจึงไม่ใช่เรื่องของการกังวลเกินเหตุ แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยลดความไม่แน่นอน เพื่อให้การตั้งครรภ์ราบรื่นที่สุด
 
3. คุณพ่อวัย 40+ ความแข็งแรงของสเปิร์มที่อาจเปลี่ยนไป
 
เรามักจะโฟกัสที่อายุของคุณแม่เป็นหลัก แต่รู้ไหมคะว่า "อายุของคุณพ่อ" ก็มีผลไม่แพ้กัน เมื่อคุณพ่อก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป แม้ภายนอกจะดูแข็งแรงแค่ไหน แต่ในระดับเซลล์นั้น สเปิร์มมีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ของยีน (De novo Mutation) ได้มากขึ้น
 
การกลายพันธุ์นี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคพันธุกรรมบางชนิดในลูกได้เช่นกัน ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงเปรียบเสมือนการสแกนความพร้อมจากฝั่งคุณพ่อ เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อที่แข็งแรงที่สุดนั้นมาพร้อมกับรหัสพันธุกรรมที่สมบูรณ์ด้วย
 
4. เมื่อ "ผลอัลตราซาวด์" หรือ "ประวัติครอบครัว" เจอความผิดปกติ... อย่ารอช้า
 
ในบางเคสที่คุณหมอตรวจอัลตราซาวด์แล้วพบความผิดปกติบางอย่าง หรือหากทราบอยู่แล้วว่าคนในครอบครัวเคยมีประวัติโรคทางพันธุกรรม การตรวจ Heristar จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยยืนยันความชัดเจนได้ดีที่สุด การตรวจพบแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณหมอและคุณพ่อคุณแม่วางแผนการดูแลทารกในครรภ์ได้อย่างเฉพาะเจาะจง หรือตัดสินใจเรื่องแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำค่ะ
 
การเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง การตรวจ Heristar จึงไม่ใช่แค่การตรวจโรค แต่คือการสร้าง "ความมั่นใจ" และ "ความสบายใจ" ตลอด 9 เดือนของการตั้งครรภ์ เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าตัวน้อยจะลืมตาดูโลกด้วยสุขภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: @nggthailand
โทร: 061-391-8999
 
#ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจNIPT #ExpandedCarrierScreening #ตรวจธาลัสซีเมีย #ตรวจพาหะ #ตรวจPGT #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน #Qualifi #QualifiPremium24 #Clarifi #illuminaUSA #JunoGenetics

LINE
FACEBOOK
TWITTER