ก่อนจะเข้าสู่การย้ายตัวอ่อน ทุกก้าวของการทำ IVF/ICSI ล้วนเต็มไปด้วยความตั้งใจ ความหวัง และการดูแลอย่างดีที่สุดจากทั้งคุณพ่อคุณแม่และทีมแพทย์
แม้ระหว่างทางจะมีช่วงเวลาที่ต้องรอผลในแต่ละขั้นตอน แต่ทุกการรอคอยคือ อีกหนึ่งก้าวที่พาเข้าใกล้ความฝันในการมีลูกมากขึ้น หลายครอบครัวจึงอยากมั่นใจว่าตัวอ่อนที่เลือก มีข้อมูลครบถ้วนที่สุด เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ
NGG Thailand จึงพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจพันธุกรรมที่มีความละเอียดสูง เพื่อช่วยให้ทุกการตัดสินใจบนเส้นทาง IVF เป็นไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
มาดูกันว่า 3 ความท้าทายที่พบบ่อยในการทำ IVF คืออะไร และ NGG Thailand มีเทคโนโลยีอะไรที่ช่วยสนับสนุนการรักษาในแต่ละขั้นตอนบ้างค่ะ
1. คุณพ่อคุณแม่แข็งแรงดี แต่ลูกกลับเสี่ยงเป็นทางพันธุกรรมโดยไม่รู้ตัว
ความจริงที่น่ากลัวที่สุดคือ คู่สมรสส่วนใหญ่เข้าใจว่าตนเองแข็งแรงดี ไม่มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในตระกูล จึงข้ามขั้นตอนไปสู่การทำ IVF และย้ายตัวอ่อนเลย แต่ในความเป็นจริง เราทุกคนสามารถเป็น “พาหะแฝง (Carrier)” ของโรคร้ายแรงได้ หากพ่อและแม่เป็นพาหะในยีนเดียวกันโดยบังเอิญ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคสูงถึง 25% ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียหลังคลอด หรือการต้องดูแลรักษาลูกไปตลอดชีวิต
NGG Thailand สกัดกั้นความเสี่ยงนี้ตั้งแต่ต้น ด้วยเทคโนโลยี ECS (Expanded Carrier Screening) การตรวจคัดกรองพาหะโรคพันธุกรรมแฝงครอบคลุมหลายร้อยโรค เช่น ธาลัสซีเมีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA และอื่นๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนเริ่มกระบวนการ หากพบความเสี่ยง จะได้วางแผนทำ PGT-M (ตรวจยีนเดี่ยวในตัวอ่อน) ต่อไป เพื่อลดความเสี่ยงการส่งต่อโรคร้ายแรงสู่ลูกน้อย
2. ลุ้นตัวอ่อนถึงระยะบลาโตซิสต์ เกรดสวยไม่ได้แปลว่าโครโมโซมปกติ
หลายครั้งที่ได้ตัวอ่อนระยะบลาโตซิสต์ (Blastocyst) เกรด A หรือ B ที่หมอบอกว่าหน้าตาสวยงาม แต่พอย้ายกลับมดลูก กลับไม่ฝังตัว หรือแท้งในไตรมาสแรก เพราะ “หน้าตาดีแต่ภายในผิดปกติ”
เราใช้เทคโนโลยี PGTseq-A ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการถอดรหัสพันธุกรรมความละเอียดสูงขั้นสุด สามารถอ่านลำดับดีเอ็นเอของตัวอ่อนเพื่อตรวจนับจำนวนโครโมโซมได้อย่างแม่นยำ >99% ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเลือกตัวอ่อนผิด ป้องกันกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม และลดอัตราการแท้งได้อย่างตรงจุดค่ะ
3. ย้ายตัวอ่อนกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จ เพราะต่างคนต่างเดา "วันฝังตัว"
ปัญหาที่เจ็บปวดที่สุดคือ ตัวอ่อนก็ตรวจโครโมโซมผ่านแล้ว มดลูกก็ดูหนาดี แต่ย้ายกี่รอบก็ไม่ติด นั่นอาจเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่า Window of Implantation หรือช่วงเวลาที่เยื่อบุโพรงมดลูกเปิดรับการฝังตัวอ่อนของผุ้หญิงแต่ละคนนั้น "ไม่เท่ากัน" การย้ายตัวอ่อนตามรอบธรรมชาติมาตรฐานอาจเป็นเวลาที่มดลูกปิดไปแล้วหรือยังไม่พร้อม
เพื่อให้ก้าวสุดท้ายเต็มไปด้วยความมั่นใจ NGG Thailand มีการตรวจ beReady ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกในระดับยีน เพื่อคำนวณหา "ชั่วโมงทองคำ" (Personalized Embryo Transfer - pET) ที่มดลูกของคุณแม่เปิดรับตัวอ่อนได้ดีที่สุดแบบเฉพาะบุคคล ช่วยเปลี่ยนจากการเดาวัน มาเป็นการกำหนดเวลาที่ชัวร์ที่สุด ลดความบอบช้ำจากการย้ายตัวอ่อนแล้วไม่ติดได้ค่ะ
เพราะเราเชื่อว่า "ตัวอ่อนทุกตัวคือความหวัง และทุกรอบการรักษาคือชีวิตของครอบครัว" NGG Thailand จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องปฏิบัติการตรวจรับสิ่งส่งตรวจ แต่เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกเข้ากับหัวใจของความเข้าใจ โดยมีทีมนักวิทยาศาสตร์และที่ปรึกษาทางพันธุศาสตร์คอยแปลผล คอยอยู่เคียงข้างแพทย์ประจำตัวของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาที่ดีที่สุด ให้ตลอดเส้นทางของท่าน เป็นก้าวที่ชัวร์ มั่นใจ และปลอดภัยที่สุดกับ NGG Thailand กันนะคะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: @nggthailand
โทร: 061-391-8999
#NGGThailand #GenomeForHealthierLife #ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจNIPT #NIPT #Qualifi #QualifiPremium24 #Clarifi #illumina #illuminaUSA #JunoGenetics #NGS #NextGenerationSequencing #ตรวจNGS #PGT #ตรวจPGT #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน