Article

บทความ

ผลกระทบจากการตรวจ PGTseq-A ต่อการพัฒนาของตัวอ่อน … ข้อเท็จจริงที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้


การตรวจ PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) หรือการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมากในการทำเด็กหลอดแก้วในปัจจุบัน 
 
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักมีความกังวลว่า "การเก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อนออกมาตรวจ จะทำให้ลูกพิการหรือตัวอ่อนหยุดพัฒนาหรือไม่" วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ
 
1. การเก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อน (Biopsy) ทำอันตรายต่อทารกจริงไหม?
 
ปัจจุบัน  การเก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อนเพื่อตรวจ PGT-A จะทำใน ระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนมีอายุ 5-6 วันนับจากวันที่ทำการปฏิสนธิ โดยนักวิทยาศาสตร์จะเก็บตัวอย่างเซลล์ประมาณ 5-10 เซลล์จากส่วนที่เรียกว่า Trophectoderm ซึ่งจะพัฒนาไปเป็น "รก" เท่านั้น
 
ในการเก็บตัวอย่างเซลล์นี้ ไม่ได้เป็นการแตะต้องส่วนที่จะเป็นตัวทารก หรือที่เราเรียกว่า Inner cell mass ดังนั้น PGT-A จึงไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อความพิการของทารกจากการเก็บตัวอย่างเซลล์ค่ะ
 
2. ผลกระทบต่อการพัฒนาของตัวอ่อน
 
แม้การตรวจ PGT-A มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มี "ความเสี่ยง" ที่ต้องพิจารณา ได้แก่:
 
ความเสี่ยงจากการแช่แข็งและละลาย: ตัวอ่อนที่ตรวจ PGT-A ต้องถูกแช่แข็ง เพื่อรอผลตรวจ แม้เทคโนโลยีในปัจจุบันจะมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่า 95-99% แต่ยังมีโอกาสน้อยมากที่ตัวอ่อนบางตัวอาจไม่ทนต่อกระบวนการนี้
 
โอกาสที่ตัวอ่อนจะหยุดพัฒนา: มีการศึกษาพบว่า มีโอกาสประมาณ 2-4% ที่ตัวอ่อนอาจได้รับความเสียหายหลังการเก็บตัวอย่างเซลล์ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากตัวอ่อนนั้นไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ได้เกิดจากเทคนิคการตัดเซลล์เพียงอย่างเดียว
 
ภาวะโมเซอิค (Mosaicism): บางครั้งเซลล์ที่เก็บตัวอย่างออกมาตรวจ ซึ่งเป็นเซลล์จากรก มีโครโมโซมผิดปกติ แต่ตัวอ่อนอาจจะปกติ (False Positive)  ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจทิ้งตัวอ่อนที่มีโอกาสเกิดเป็นทารกปกติได้ นอกจากนี้ ก็อาจพบกรณีที่เซลล์จากรกมีโครโมโซมปกติ แต่ตัวอ่อนมีโครโมโซมผิดปกติ (False Negative) ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าคุณแม่จะตั้งครรภ์จากตัวอ่อนที่ผ่านการตรวจ PGT-A มาแล้ว ก็ยังแนะนำให้มีการตรวจคัดกรองโครโมโซมทารกอีกครั้งเมื่อตั้งครรภ์สำเร็จ
 
3. คุณแม่กลุ่มไหนได้ประโยชน์ "คุ้มค่าความเสี่ยง" ที่สุด
 
จากรายงานของ ASRM (2024) และงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าการตรวจ PGT-A ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันตามช่วงอายุ แต่สำหรับคุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35-40 ปี การตรวจ PTG-A สามารถช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ และลดอัตราการแท้ง จึงแนะนำให้ตรวจ เพราะคุ้มค่ากว่าความเสี่ยง
 
4. ข้อดีที่เป็น "ประโยชน์" มากกว่าความเสี่ยง
 
หากเลือกห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ข้อดีของ PGT-A มักจะมากกว่าข้อเสีย คือ
 
ลดอัตราการแท้ง: จากการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ของ SART บอกไว้ว่า การตรวจ PGT-A ช่วยลดอัตราการแท้ง และทำให้อัตราการเกิดสูงกว่าคุณผู้หญิงที่ไม่ได้รับการตรวจแล้วย้ายตัวอ่อน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ค่ะ
 
ลดความเสี่ยงครรภ์แฝด: เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพตัวอ่อน จึงสามารถย้ายเพียง 1 ตัวอ่อนได้
 
หากคุณแม่อายุเกิน 35 ปี หรือมีประวัติแท้งซ้ำ การตรวจ PGT-A คือเครื่องมือที่ช่วยลดโอกาสการแท้งจากการที่เลือกตัวอ่อนที่มีโอกาสเจริญเติบโตได้ตามปกติได้ดีที่สุด แต่หากคุณแม่อายุยังน้อยและมีตัวอ่อนจำนวนจำกัด การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคลคือทางออกที่ดีที่สุดค่ะ
 
ที่มาข้อมูล: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11630046/ 
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12563247/ 
https://www.fertstert.org/article/S0015-0282(18)30002-5/ 
https://www.asrm.org/practice-guidance/practice-committee-documents/the-use-of-preimplantation-genetic-testing-for-aneuploidy-a-committee-opinion-2024/ 
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: @nggthailand
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com
 
#NGGThailand #GenomeForHealthierLife #ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจNIPT #NIPT #Qualifi #QualifiPremium24 #Clarifi #illumina #illuminaUSA #JunoGenetics #NGS #NextGenerationSequencing #ตรวจNGS #PGT #ตรวจPGT #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

LINE
FACEBOOK
TWITTER